โครงการผู้ป่วยยากไร้เพื่อการปลูกถ่ายตับ ไต หัวใจ และปอด
*หมายเหตุ ขั้นต่ำ 100 บาท/โครงการ
การปลูกถ่ายอวัยวะ คือการมอบชีวิตใหม่
อวัยวะภายในร่างกายของเราล้วนมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต เมื่ออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งเข้าสู่ภาวะล้มเหลวระยะสุดท้าย ย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
ปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้สามารถปลูกถ่ายอวัยวะสำคัญอย่าง “ตับ ไต หัวใจ และปอด” เพื่อทดแทนอวัยวะเดิมที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเพียงพอ ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง สูญเสียความสามารถในการทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ ร่างกายอ่อนแอลงท่ามกลางระยะเวลาการรักษาที่ไม่แน่นอน “การปลูกถ่ายอวัยวะ” จึงเป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยก้าวพ้นจากภาวะวิกฤต และกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ชีวิตใหม่จากการปลูกถ่ายอวัยวะไม่ได้หมายถึงเพียงการมีลมหายใจต่อไป หากยังหมายถึงโอกาสในการกลับไปดูแลตนเอง อยู่เคียงข้างครอบครัว ทำงาน เรียนหนังสือ และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนรอบข้างอีกครั้ง
การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นการรักษาโรคซับซ้อนที่มีข้อจำกัดสูง ต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากหลากหลายสาขา เทคโนโลยีทางการแพทย์ ระบบห้องปฏิบัติการ และการประสานงานที่มีมาตรฐาน ตั้งแต่การประเมินผู้ป่วย การตรวจความเข้ากันได้ของอวัยวะ เนื้อเยื่อ และภูมิคุ้มกัน การเตรียมผู้รับและผู้บริจาค การผ่าตัด ไปจนถึงการใช้ยากดภูมิคุ้มกันและติดตามภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
ศักยภาพดังกล่าวยังมีอยู่ในสถานพยาบาลเพียงบางแห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนแพทย์ที่มีความพร้อมทั้งด้านการรักษา การวิจัย และการพัฒนาบุคลากร ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ ภายใต้กลุ่มศูนย์เพื่อความเป็นเลิศ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มีทีมบุคลากรทางการแพทย์หลากหลายสาขาร่วมกันดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนการปลูกถ่าย ระหว่างการผ่าตัด จนถึงการติดตามผลในระยะยาว
การปลูกถ่ายไต
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเริ่มให้บริการปลูกถ่ายไตมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ปัจจุบันมีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายไตแล้วมากกว่า 3,670 ราย ในจำนวนนี้เป็นการปลูกถ่ายจากผู้บริจาคที่มีชีวิตประมาณ 1,536 ราย และมีอัตราการรอดชีวิตมากกว่าร้อยละ 95
นอกจากนี้ รามาธิบดียังพัฒนากระบวนการลดภูมิต้านทานต่อแอนติเจนหมู่เลือด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถรับไตจากผู้บริจาคที่มีหมู่เลือดไม่เข้ากันได้ เนื่องจากผู้บริจาคที่มีชีวิตประมาณร้อยละ 20–30 อาจไม่สามารถบริจาคไตให้แก่ผู้ป่วยได้จากข้อจำกัดเรื่องหมู่เลือด ความก้าวหน้าดังกล่าวจึงช่วยลดข้อจำกัดของการรอคอยและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการปลูกถ่ายไตให้แก่ผู้ป่วยมากขึ้น
การปลูกถ่ายตับ
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีดำเนินการปลูกถ่ายตับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 และมีผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายตับแล้ว 455 ราย อีกทั้งยังเป็นสถาบันแรกที่ริเริ่มการปลูกถ่ายตับในเด็กจากผู้บริจาคที่มีชีวิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ปัจจุบันได้ปลูกถ่ายตับในเด็กจำนวน 243 ราย
การดูแลครอบคลุมทั้งผู้รับอวัยวะและผู้บริจาคตับที่มีชีวิต โดยมีการติดตามการทำงานของตับ ภาวะแทรกซ้อน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว เพื่อให้กระบวนการบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะดำเนินไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
การปลูกถ่ายหัวใจและปอด
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้พัฒนาศักยภาพด้านการปลูกถ่ายอวัยวะในช่องอก ทั้งการปลูกถ่ายหัวใจ ปอด และการปลูกถ่ายอวัยวะร่วม โดยเริ่มดำเนินการปลูกถ่ายหัวใจสำเร็จที่รามาธิบดีในปี พ.ศ. 2560 ปัจจุบันได้ปลูกถ่ายหัวใจให้ผู้ป่วยจำนวน 25 ราย ก่อนต่อยอดบริการไปสู่การปลูกถ่ายปอดและอวัยวะร่วม
สำหรับผู้ป่วยโรคปอดระยะสุดท้าย ปอดจะไม่สามารถทำงานได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ผู้ป่วยจึงเกิดภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง เหนื่อยง่าย ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และบางรายต้องพึ่งพาออกซิเจนตลอดเวลา อาการมักทรุดลงอย่างต่อเนื่องและมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง โดยในปัจจุบัน การปลูกถ่ายปอดเป็นแนวทางการรักษาเดียวที่สามารถยืดอายุและช่วยให้ผู้ป่วยโรคปอดระยะสุดท้ายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การปลูกถ่ายปอดยังทำได้ในวงจำกัด เนื่องจากประเทศไทยมีเพียงไม่กี่สถาบันที่สามารถดำเนินการรักษาได้ ขณะที่แนวโน้มผู้ป่วยโรคปอดระยะสุดท้ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสังคมสูงวัย มลภาวะทางอากาศ และโรคเรื้อรัง ทำให้ความต้องการรักษาสูงกว่าศักยภาพการให้บริการที่มีอยู่
ตั้งแต่การเริ่มต้นเมื่อปี 2566 จนถึงปัจจุบันรามาธิบดีได้ปลูกถ่ายปอดให้แก่ผู้ป่วยแล้ว 3 ราย โดยผู้ป่วยทุกรายสามารถฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ผลการรักษาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ และมีแนวโน้มอัตราการรอดชีวิตในระยะ 1 ปีเทียบเคียงมาตรฐานสากล โครงการมีเป้าหมายช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างน้อย 2 รายต่อปี เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยที่ผ่านการประเมินจากทีมสหสาขาวิชาชีพสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา
เมื่อการหายใจทุกครั้ง กลายเป็นการรอคอยโอกาส
ความรุนแรงของโรคปอดระยะสุดท้ายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเหนื่อยล้า แต่สามารถทำให้ผู้ป่วยสูญเสียชีวิตประจำวันไปทีละน้อย
ผู้ป่วยรายหนึ่งอายุเพียง 35 ปี ป่วยด้วยโรคพังผืดในปอดเช่นเดียวกับมารดาที่เสียชีวิตจากโรคเดียวกัน ก่อนเข้ารับการปลูกถ่าย ผู้ป่วยมีภาวะลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดทั้งสองข้าง ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและใส่สายระบายลมนานถึง 1 ปี หลังได้รับการปลูกถ่ายปอด ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมาก
ผู้ป่วยอีกรายเคยผ่านการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและปลูกถ่ายไขกระดูกตั้งแต่วัยเด็ก ต่อมาเกิดภาวะพังผืดในปอดจนต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลา แม้กระทั่งขณะนั่งอยู่เฉย ๆ และต้องพักการเรียนเพราะร่างกายไม่สามารถรับไหว ในครั้งแรกผู้ป่วยจำเป็นต้องปฏิเสธการปลูกถ่ายปอด เนื่องจากครอบครัวไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินได้ แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงสามารถเข้ารับการปลูกถ่าย และปัจจุบันมีอาการดีขึ้นพร้อมเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูร่างกายอย่างต่อเนื่อง
เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนว่า อุปสรรคของผู้ป่วยบางรายไม่ได้เกิดจากการไม่มีแนวทางรักษา แต่เกิดจากการไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีอยู่ได้ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต
จากการรักษาหนึ่งชีวิต สู่การขยายโอกาสให้ผู้ป่วยอีกมากมาย
ในฐานะโรงเรียนแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมีบทบาททั้งในการรักษาผู้ป่วยและการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทุกกระบวนการดูแลผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะจึงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดประสบการณ์ และการพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่แพทย์ พยาบาล และทีมสหสาขาวิชาชีพ
เมื่อบุคลากรมีความเชี่ยวชาญและมีจำนวนเพิ่มขึ้น ความรู้และประสบการณ์เหล่านี้จะสามารถนำไปต่อยอดและขยายศักยภาพการรักษาสู่สถานพยาบาลอื่นในอนาคต การช่วยเหลือผู้ป่วยหนึ่งรายในวันนี้ จึงมีส่วนสร้างโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยอีกจำนวนมากในวันข้างหน้า
เมื่อมีวิธีรักษา แต่ค่าใช้จ่ายยังปิดกั้นโอกาส
แม้ผู้ป่วยจะผ่านการประเมินว่ามีความเหมาะสมต่อการปลูกถ่ายอวัยวะ แต่อุปสรรคสำคัญคือค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง และมีค่าใช้จ่ายหลายส่วนที่สิทธิการรักษาขั้นพื้นฐานยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ได้แก่ ค่าตรวจพิเศษด้านภูมิคุ้มกันและความเข้ากันได้ของอวัยวะ ค่าเตรียมผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง ค่าอุปกรณ์และเวชภัณฑ์เฉพาะทาง ค่ายาป้องกันและรักษาการติดเชื้อ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลหลังผ่าตัด
ในบางกรณี เช่น การปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคที่มีหมู่เลือดไม่เข้ากัน ผู้ป่วยจำเป็นต้องผ่านกระบวนการลดระดับภูมิต้านทานด้วยเทคนิคเฉพาะและยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง
ส่วนการปลูกถ่ายปอดมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3–4 ล้านบาทต่อราย ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินก่อนผ่าตัด ค่าใช้จ่ายระหว่างการผ่าตัด การดูแลหลังผ่าตัด ค่ายากดภูมิคุ้มกัน และยาป้องกันการติดเชื้อ แม้ผู้ป่วยบางรายจะมีสิทธิประกันสังคม แต่สิทธิการรักษายังครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพียงบางส่วน ขณะที่สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังไม่ครอบคลุมการปลูกถ่ายปอด รวมถึงยาจำเป็นบางรายการที่อยู่นอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินจำนวนมาก
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกินกำลังของผู้ป่วยยากไร้และครอบครัวจำนวนมาก แม้จะมีอวัยวะที่เหมาะสม มีแนวทางการรักษา และมีทีมแพทย์พร้อมให้การดูแลแล้วก็ตาม ข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์จึงอาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียโอกาสสำคัญในการรักษาชีวิต
โครงการผู้ป่วยยากไร้เพื่อการปลูกถ่ายตับ ไต หัวใจ และปอด
มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงจัดตั้ง “โครงการผู้ป่วยยากไร้เพื่อการปลูกถ่ายตับ ไต หัวใจ และปอด” เพื่อระดมทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ได้แก่
โครงการมุ่งให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการรักษาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตระหว่างรอการรักษา พร้อมสนับสนุนระบบดูแลผู้รับและผู้บริจาคอวัยวะให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน
การสนับสนุนโครงการนี้จึงเป็นการส่งต่อคุณค่าในหลายมิติ ทั้งการให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วย การช่วยให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้า การพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และการขยายโอกาสในการรักษาโรคซับซ้อนให้แก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ
เพราะการปลูกถ่ายอวัยวะ คือการมอบชีวิตใหม่
ชีวิตที่ได้กลับมามีความหมายและสร้างคุณค่าอีกครั้ง
การให้ในครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการให้ชีวิตแก่ผู้ป่วยในวันนี้ และส่งต่อโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้ป่วยอีกมากมายในอนาคต เพราะ “คำว่าให้...ไม่สิ้นสุด”
เวลาทำการ :
จันทร์ – ศุกร์ 8:30-17:30 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 8:30-16:30 น.
66(0)-2201-1111 | 66(0)-2201-2222
66(0)-2201-1481
- สำนักงานมูลนิธิรามาธิบดีฯ (ด้านหน้าข้าง ธ.ไทยพาณิชย์)
- อาคาร 1 ชั้น 1 ติดการเงินกลาง และด้านหน้าสารบรรณ
- ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ ชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 4
เวลาทำการ : จันทร์ – ศุกร์ 8:30-17:30 น.
66(0)-2839-6010
66(0)-2839-6011
- อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์
2019 © RAMATHIBODI FOUNDATION. All Rights Reserved | Privacy Policy
เงื่อนไขการใช้บริการ นโยบายความเป็นส่วนตัวเราใช้คุกกี้เพื่อเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพ และการใช้งานของเว็บไซต์ อ่านเพิ่มเติม